ผิดหวังต่อการชุมนุม 19 กันยา

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ก็สร้างความผิดหวังให้คนรุ่นเก่ารุ่นใหม่เป็นอย่างมาก การชุมนุมใหญ่ของ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่สนามหลวง 19-20 กันยา คนคาดหวังจะได้เห็นข้อเสนอและข้อเรียกร้องที่ทำให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น แต่เนื้อหาการอภิปรายกลับเปลี่ยนเป้าหมายเดิมจากการ เรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องรัฐธรรมนูญใหม่ เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออก ไปเป็นการก้าวล่วงสถาบัน

มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า การชุมนุมครั้งนี้ มีนักเรียนนักศึกษาไปร่วมน้อยมาก ไม่เหมือนแฟลชม็อบที่ผ่านมา แต่กลับมี คนเสื้อแดงรุ่นเก่า ที่เริ่มแก่มากแล้วไปร่วมจำนวนมาก

คุณวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการบริหาร บลจ.บัวหลวง ก็ผิดหวังอย่างมาก เขียนลงเฟซบุ๊กถึง “ความคาดหวังกับความจริงเรื่องม็อบ 19 ก.ย.63” ในการชุมนุมครั้งนี้ว่า “ข้าพเจ้าคาดหวังว่า จะได้เห็นนักศึกษาขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ของตนต่ออนาคตของประเทศ ซึ่งต่อไปนี้ก็จะอยู่ในมือของพวกเขา เพื่อให้คนรุ่นเรา ไม่ว่ารัฐบาล/ส.ส.ทุกพรรค/ส.ว./นักธุรกิจทั้ง

หลาย รวมไปถึงพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ จะได้รับรู้ว่าลูกหลานกำลังมีปัญหาที่ตรงไหน และเขามองพวกเราอย่างไร ข้าพเจ้าคาดหวังว่าจะมีหลานๆสักคนขึ้นเวที แล้วถามถึงแนวทางของรัฐในการรับมือกับอนาคตที่ตนเองจะไม่มีงานทำ เพราะเทคโนโลยีที่มาทดแทนได้ เพื่อให้รัฐบาลนำไปเป็นโจทย์ที่ต้องแก้ไข ข้าพเจ้าหวังว่าจะมีใครที่ตอกยํ้าถึงความไม่เสมอภาคในกระบวนการยุติธรรม และความอ่อนแอขององค์กรอิสระ ที่น่าจะทำตัวไม่อิสระแล้วในหลายๆกรณี…”

“…แล้วข้าพเจ้าก็พบความจริงที่ได้จากม็อบว่า มันคือความตั้งใจในการโจมตีบั่นทอนคุณค่าของพระมหากษัตริย์ มีเท่านี้จริงๆ…ก็แปลกใจที่ คนรุ่นใหม่ยังฝังใจกับพิธีกรรม ถึงขั้นตอกหมุดคณะราษฎรอีกครั้งไม่น่าเชื่อเลยว่าจะทำอะไรที่ไร้สาระแบบนี้…”

คุณแก้วสรร อติโพธิ ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ก็ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า การชุมนุมในสังคมประชาธิปไตยจะต้องโปร่งใส นักศึกษาต้องรวมตัวจริงๆ ไม่ใช่มีแค่ไม่กี่คนอย่างนี้ จัดในนามองค์กรนักศึกษาได้ยิ่งดี เป้าหมายและเหตุผลต้องชัดเจนคืออะไร จะปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ หรือจะแก้รัฐธรรมนูญล้มระบอบประยุทธ์ก็บอกมา คนเขาจะได้คิดแย้งคิดคล้อยได้

คุณแก้วสรร เปิดเผยด้วยว่า ใน กฎหมายชุมนุมสาธารณะ เขายกเว้นไว้ว่า ไม่ใช้บังคับกับการชุมนุมในสถาบันการศึกษา ถ้าอยากใช้ สนามหลวง ก็ต้องไปขอเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ใช่มาเลี่ยงกฎหมายอ้างว่า ชุมนุมในธรรมศาสตร์แล้วคนล้นออกสนามหลวงไปเองอย่างนี้ เห็นชัดเลยว่าพังประตูเอาหางแหย่เข้าไปในธรรมศาสตร์ไม่กี่นาทีและไม่กี่คน แล้วก็รีบมายึดสนามหลวงประกาศเป็นสนามราษฎรแล้วฝังหมุดในวันรุ่งขึ้นเลย

วันที่ 20 ก็เช่นเดียวกัน 8 โมงเช้าแกนนำประกาศจะเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ถัดมาอีกไม่กี่นาที แกนนำประกาศยกเลิกเปลี่ยนไปทำเนียบองคมนตรีแทน เพื่อส่งตัวแทนไปถวายฎีกา สุดท้าย น.ส.ปนัสยา หรือ รุ้ง ได้อ่านข้อเรียกร้อง 3 ข้อ และ

ยื่นหนังสือให้กับ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. แล้วประกาศยุติการชุมนุมในเวลา 09.09 น. สร้างความผิดหวังให้กับประชาชนที่คาดหวังจะได้เห็นการกดดันให้ แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. ที่เป็นตัวถ่วงประเทศตามที่ประกาศไว้ แต่กลับเป็น “ตัวหลอก” เพื่อให้คนสนับสนุนการชุมนุม เหมือนกับที่ คุณแก้วสรร เปิดเผยว่า ผู้จัดการชุมนุมใช้ “ธรรมศาสตร์” เป็นตัวหลอก เพื่อชุมนุมที่ “สนามหลวง”

แต่ก็มีสิ่งน่าชื่นชมเกิดขึ้นในการชุมนุมครั้งนี้คือ คลิปสัมภาษณ์นักเรียนสาวชั้นมัธยม โรงเรียนอินเตอร์ ที่ให้สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษอย่างฉาดฉานถึงเหตุผลที่ไปร่วมชุมนุมว่า ถ้ากลัวเราก็จะไม่มีประชาธิปไตยที่แท้จริง เธอยังเรียกร้องให้ คนที่มีต้นทุนทางสังคมออกมาพูดเรื่องนี้ เพราะเป็นกลุ่มที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ ความจริงใจของเธอ เรียกเสียงเชียร์ในโลกโซเชียล นอกโซเชียลได้อย่างมากเลยทีเดียว.

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *