ชงครม.ตั้งนิคมอุตฯราชทัณฑ์ ใช้นักโทษ แกะกุ้ง หอย ปู ปลา แทนต่างด้าวผิดกม.

ชงครม. ตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ ใช้นักโทษพ้นคุก แกะกุ้ง หอย ปู ปลา สมุทรสาคร แทนต่างด้าวผิดกฎหมาย สั่งงดเยี่ยม27 เรือนจำ ป้องโควิด-19

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ว่า ในเรือนจำทั่วประเทศ ยังไม่พบว่ามีนักโทษติดเชื้อ แต่ได้มีการปรับรูปแบบการเยี่ยมนักโทษในเรือนจำ โดยใช้แอปพลิเคชันไลน์ และขอให้งดเยี่ยมชั่วคราวจำนวน 27 เรือนจำ ซึ่งรวมถึงเรือนจำจ.สมุทรสาคร และใกล้เคียงด้วย แต่ทั้งนี้ไม่ต้องตระหนกตกใจ เพราะถือเป็นการป้องกัน

สำหรับกรณีพระราชทานอภัยโทษ ในขณะนี้มีนักโทษจำนวนหนึ่งที่จะนำออกจากเรือนจำ แต่ต้องรอการขอหมายศาล เพราะศาลต้องมีคำสั่งลดโทษว่าเหลือระยะเวลาเท่าไหร่ จึงออกจากเรือนจำได้ ซึ่งจะเป็นกระบวนการเพื่อไม่ให้เกิดความแออัด พร้อมกันนี้ ตนได้สั่งการให้ปรับห้องทดลองของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ให้สามารถตรวจโควิด-19 ได้ เพื่อใช้ในการป้องกันในส่วนของกระทรวงยุติธรรม หากมีเหตุเกิดขึ้น แต่ตอนนี้ยังไม่มีอะไร ซึ่งเป็นเพียงการเตรียมตัว

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ตนยังได้เสนอข้อมูลต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่ากรณีแรงงาน จ.สมุทรสาคร อยากจะเสนอนิคมอุตสาหกรรมแรงงานราชทัณฑ์ที่จะนำผู้ต้องขังใกล้พ้นโทษไปอยู่ เพื่อทำงานในแรงงานอาหารทะเล เพื่อเติมเต็มในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีข้างหน้า เพราะแรงงานต่างชาติที่เข้าออกโดยผิดกฎหมาย ก็เป็นอันตรายอย่างที่เห็นในทุกวันนี้

เมื่อถามว่าจะใช้ระยะเวลาในการงดเยี่ยมชั่วคราวนานกี่วัน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่นาน เพราะเราใช้แอปพลิเคชันไลน์ สามารถดำเนินการได้ เพียงแต่ไม่อยากให้เป็นภาระรัฐบาลหรือหน่วยงานอื่น ในส่วนของกรมราชทัณฑ์สามารถดำเนินการได้ทันที เพราะเคยดำเนินการมาแล้ว แล้วที่เข้าออก ก็จะต้องกักตัว 14 วัน และต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

เมื่อถามว่า นักโทษที่พ้นโทษแล้วจะนำไปทดแทนแรงงานต่างด้าวที่ จ.สมุทรสาคร จะมีทักษะในการทำงานด้านนั้นหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ที่จ.สมุทรสาคร ไม่ใช่แรงงานที่ต้องมีความชำนาญ หรือใช้ทักษะอะไรพิเศษ เพราะเป็นแรงงานที่นำไปแกะกุ้ง หอย ปู ปลาใช้เวลาเพียง 3-4 วัน ก็เกิดความชำนาญแล้ว เชื่อว่าสามารถทำได้ รวมถึงผู้ต้องขังจำนวน 35 เปอร์เซ็นต์ที่ออกไปอยากทำงาน ซึ่งมีบางส่วนประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ที่มีพ่อแม่เลี้ยงดู และส่วนน้อย 15 เปอร์เซ็นต์ที่ไม่อยากทำงาน ซึ่งเราแยกประเภทไว้ชัดเจน

เมื่อถามว่า 35 เปอร์เซ็นต์จากการคำนวณแล้ว 2 ปี จะได้กี่คน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เราคงไม่เหมาะทั้งหมด เพราะแรงงานต่างด้าวที่จ.สมุทรสาคร มีประมาณ 4 แสนคน ส่วนใน 35 เปอร์เซ็นต์นี้ ก็จะได้ประมาณ 5-7 หมื่นคน ที่จะไปทำงานในลักษณะนี้ เพื่อเป็นการฝึกอาชีพให้คนมีงานทำ ทั้งนี้ ยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที เพียงแต่คิดว่าจะสามารถตอบโจทย์แรงงานต่างด้าวที่เข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย และไม่ได้มีการตรวจเช็กเชื้อโควิด-19 และผ่านการคัดกรอง ถ้าทำแบบนี้เราก็จะสามารถตรวจสอบได้

Add a Comment

Your email address will not be published.