‘ทักษิณ’อ้อนข้ามประเทศ อยากกลับไทยมาเลี้ยงหลาน

แต่จะกลับได้หรือไม่ตัวเองไม่ใช่คนกำหนด บอก “พอก่อน”ส่งคนตระกูลชินฯเล่นการเมืองครวญเจ็บนี้อีกนาน ปัดเป็นท่อน้ำเลี้ยงม็อบชีวิตเป็นอิสระแล้ว ระบุรัฐบาลจะสั่งปชช.ให้เดินตามไม่ได้ต้องรู้จริงแล้วทำให้ปชช.เห็นด้วยคล้อยตาม ชี้การเมืองดีขึ้นอยู่กับ รธน.แข็งแรงหรือไม่ แนะใช้รธน.40 เป็นหลักแก้ฉบับใหม่

เมื่อวันที่ 1 ม.ค. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผ่าน Zoom ถึงสถานการณ์ในประเทศที่ยังมีหลายสิ่งที่คนในประเทศมองไม่ตรงกัน ตรงนี้จะเป็นปัญหาในการพัฒนาหรือรัฐบาลต้องปรับปรุงอะไรหรือไม่ ว่า ตอนตนเป็นนายกรัฐมนตรี ตนอ่านหนังสือและพบว่าถ้าใครคิดจะเปลี่ยนแปลง จะต้องเล่าเรื่องการเปลี่ยนแปลงให้ประชาชนเข้าใจและเดินไปด้วยกัน ว่าสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงนี้มันดีอย่างไร เมื่อประชาชน คิดเป็น เห็นด้วย และคล้อยตาม ก็จะเดินตามได้อย่างดี แต่เราจะไปสั่งเขาไม่ได้ โลกยุคใหม่ยุคที่มีโซเชียลเน็ตเวิร์กที่แข็งแรง ประชาชนเรียนรู้ได้หลายแหล่ง เพราะฉะนั้นทุกอย่างต้องเป็นความจริง ต้องรู้จริง อย่าโกหก อย่าเอาเรื่องรู้ไม่จริงมาพูด เพราะทุกอย่างมีบันทึกไว้หมด การรู้จริงและพูดจริงเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ เขาพร้อมเดินตามสิ่งที่เป็นอนาคตของพวกเขา เราจึงต้องทำให้เห็นว่าสิ่งที่เราทำนั้นเป็นประโยชน์ต่อพวกเขา  

เมื่อถามว่าแต่การเมืองเป็นปัจจัยสำคัญในการที่จะทำให้คนเดินไปด้วยกันหรือสามารถขับเคลื่อนประเทศไปด้วยกันได้ นายทักษิณ กล่าวว่า อันนั้นแน่นอนอยู่แล้ว เพราะการบริหารประเทศนั้นจะต้องถูกนำโดยฝ่ายการเมือง ดังนั้นฝ่ายการเมืองต้องมีคุณภาพ และถ้าการเมืองดี คุณภาพของคนก็จะเข้ามาได้มากขึ้น แต่ถ้าการเมืองไม่ดี คนที่มีคุณภาพก็จะถอยลงไป ไม่อยากเข้ามา ดังนั้นการเมืองจะต้องแข็งแรง การเมืองต้องมีความเป็นธรรม และเป็นประชาธิปไตยจริงๆ เพราะถ้าการเมืองไม่เป็นธรรม คนดีก็ไม่กล้าเข้ามา ต่อข้อถามว่าเรายังมีความหวังว่าจะมีคนที่เก่งและดีเข้ามาบริหารประเทศหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ต้องอยู่ที่ว่ารัฐธรรมนูญเป็นอย่างไรและรัฐธรรมนูญนั้นจะอยู่คงทนหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญเราเปลี่ยนบ่อย ๆ กว่ากฎหมายธรรมดาด้วยซ้ำ ถ้าเราได้รัฐธรรมนูญที่ดีและแข็งแรง ไม่มีการฉีกรัฐธรรมนูญเรื่อยๆ ตนคิดว่าการเมืองก็จะแข็งแรง  

เมื่อถามว่าขณะนี้เราอยู่ในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีอะไรแนะนำหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ตนคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนจริงๆ ถ้ายึดเอารัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นหลักแล้ว ปรับเอาจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 นี้ จะง่ายและเร็วขึ้น แต่ก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่เมื่อได้เปรียบอยู่แล้วก็ไม่อยากให้ความได้เปรียบนั้นหายไป ก็อยากรักษาความได้เปรียบนั้นไว้ต่อ รัฐธรรมนูญก็เลยกลายเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง แต่ถ้าคิดว่าเรากำลังร่วมกันทำรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อประเทศของเราในระยะยาว เพื่ออนาคตของลูกหลาน

“เด็กวันนี้สามารถเข้าดูระบบการศึกษาที่ตัวเองกำลังเรียนอยู่ ดูระบบการสร้างงานในอนาคตที่ตัวเองเป็นอยู่ แต่ในวันนี้มองไม่เห็นอนาคต ตรงนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเด็กมองเห็นอนาคตได้ก็จะมีคนมาคอยผลักดันให้ประเทศก้าวหน้าต่อไปได้ แต่ถ้ามีความขัดแย้งกันอยู่เรื่อยๆ เด็กก็มองไม่เห็นอนาคต วันนี้เราไม่สามารถปกปิดเด็กได้ว่าอย่ารู้เรื่องนั้นอย่ารู้เรื่องนี้ เขาสามารถรู้ได้หมดจากการค้นคว้า ผู้ใหญ่วันนี้จึงต้องอยู่บนโลกของความเป็นจริง อยู่กับโลกที่อนาคตจะเปลี่ยนไป ต้องเข้าใจว่าอนาคตจะไปตรงไหน แล้วอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริงนี้ อย่าไปอยู่บนโลกแห่งอดีตมากนัก แม้อดีตจะเป็นสิ่งที่เราควรเรียนรู้ แต่ไม่ใช่เป็นสิ่งที่เราคาดหมาย ดังนั้นเรียนรู้ได้แต่อย่าหลงใหล”นายทักษิณกล่าว  

ต่อข้อถามว่ามองการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนในช่วงนี้อย่างไร นายทักษิณ กล่าวว่า ตนคิดว่าการที่คนมารวมตัวกันแล้วสะท้อนความคิดเห็น เป็นสิ่งที่ควรรับฟัง แต่อะไรทำได้หรือทำไม่ได้ก็ต้องอธิบายกันไป บางครั้งไม่ฟังเกินไปก็ทำให้เกิดการต่อต้าน แต่ถ้าฟังมากไป โดยไม่มีเหตุไม่มีผลก็ไม่ได้ ทุกอย่างมีเหตุมีผล ดังนั้นใครพูดอะไรก็มาฟัง ถ้าทำได้ก็ทำ ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องอธิบาย ต้องมีการส่งสารที่ชัดเจนด้วย 
 
ส่วนเหตุใดจึงโดนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงม็อบ นายทักษิณ กล่าวว่า “ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นแล้วคิดไม่ออก ก็ต้องคิดถึงผมไว้ก่อนอยู่แล้ว นี่ 10 กว่าปีแล้วนะ ลำพังผมอยู่เมืองนอกค่าใช้จ่ายก็สูงอยู่แล้ว ก็ต้องทำมาหากินอยู่เมืองนอก แล้วถามว่าผมได้อะไร บางทีบางครั้งคนก็ว่าไปเรื่อยเปื่อย มันไม่เกี่ยวกับผม ชีวิตผมนั้นเป็นชีวิตที่อิสระแล้ว เพียงแต่ว่าใจมันยังรักประเทศอยู่ ห่วงใยประชาชนไม่อยากให้เขาลำบากเท่านั้นเอง ยังเคารพสถาบันสูงสุดอยู่ตลอดเวลาไม่เปลี่ยนแปลง ”   

เมื่อถามว่าทำไมจึงยังมีข่าวตั้งรัฐบาลแห่งชาติหรือรัฐบาลปรองดองอยู่ตลอดเวลา นายทักษิณ กล่าวว่า บ้านเรามองทุกอย่างให้เป็นการเมืองหมด ใครอยากปล่อยข่าวอะไรเพื่อเกิดประโยชน์อะไรก็ปล่อย เป็นการเมืองไปหมด การเมืองเยอะไป แต่การบ้านน้อยไป ถ้าการเมืองน้อยกว่านี้ แล้วการบ้านมากกว่านี้ ประเทศก็คงจะดี แม้กระทั่งไปนั่งกินกาแฟตอนเช้าก็ยังคุยแต่เรื่องการเมือง  

เมื่อถามว่ามองการเมืองปี 2564 อย่างไร นายทักษิณ กล่าวว่า ก็คงไม่ไปไหน จนกว่าข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมจะได้รับการแก้ไขในมุมกว้าง และทำให้การเมืองเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งการเมืองจะเปลี่ยนแปลงได้ก็อยู่ที่ไบเบิ้ลของมันก็คือรัฐธรรมนูญ  

เมื่อถามว่ายังมีคนในตระกูลชินฯ ที่จะเข้ามาลงเป็นผู้นำการเมืองอีกหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวพร้อมหัวเราะว่า “พอก่อนครับ ตอนนี้คงต้องร้องเพลงเจ็บนี้อีกนาน” ต่อข้อถามว่าออกจากประเทศไปนาน ได้มีการพูดคุยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ว่าเมื่อไรจะกลับมา นายทักษิณ กล่าวว่า “ถามว่าอยากกลับประเทศหรือไม่ ผมอยากกลับมาเลี้ยงหลานของผม วันนี้ผมมีหลาน 3 คน และกำลังจะมีคนที่ 4 ในเดือนหน้านี้แล้ว ผมแก่แล้วอยากเลี้ยงหลาน ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ตอนนี้ใครอยากจะขอคำปรึกษาหรืออะไรก็ตาม ในฐานะที่ผมเคยเป็นอาจารย์เก่า ผมชอบอธิบายและสอนคนอยู่แล้ว ผมก็สามารถทำหน้าที่พวกนี้ได้ แต่เรื่องการเมืองนั้น ผมแก่แล้ว วัย 72 จะไปนั่งทำการเมืองอะไรอีก มีแต่ห่วงบ้านเมืองเท่านั้นเอง แต่จะกลับเมืองไทยเมื่อไรนั้น ไม่ใช่ผมเป็นคนกำหนด ผมไม่ได้เป็นคนกำหนด”

เมื่อถามย้ำว่าแต่อยากกลับใช่หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า “แน่นอน ผมอยากเลี้ยงหลาน วัยของผมนี้เรียกว่าวัยรักลูกหลงหลาน”.

Add a Comment

Your email address will not be published.