ปฏิรูปตำรวจ”ให้แต้มทำงาน” ผ่าวิกฤติแต่งตั้งไม่ชอบธรรม

รอคอยกันมานานการแต่งตั้งตำรวจระดับ “รองผบก.-สารวัตร” ประจำปีนี้ออกมาก่อนหน้านี้แล้ว”รองผบก.-ผกก.” ที่เสร็จสมอารมณ์หมายของ”ฝ่ายการเมือง”และน้ำตาซึมๆของบรรดา”ผู้บังคับบัญชา” ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สัดส่วนตัวเลขของ “ผู้เหมาะสมได้รับการแต่งตั้งและหมุนเวียนในระนาบ” ในระดับ “รองผบก.-ผกก.” ที่ถูกเสนอชื่อมานั้นมีทั้งในส่วนของฝ่ายการเมืองและ “นาย” รวมถึงตัวจากผู้มีอุปการคุณต่างๆ อีก ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “ใหญ่ทับใหญ่” พวกถือตั๋วใบเดียวส่วนใหญ่จะผิดหวังกันทั้งนั้น…ซึ่งสูตรเหล่านี้ไม่ได้แตกต่างจากปีก่อนๆ ที่มีการแต่งตั้งแต่อย่างใด

สิ่งที่พิเศษกว่าปีอื่นๆ ก็คือ สัดส่วนที่ในระดับ “กองบัญชาการ” ได้รับการจัดสรรนั้น บางส่วนถูกหยิบยกเอาไปให้ในส่วนตั๋วการเมืองด้วย ไม่ได้แบ่งปันมาให้ภายในหน่วยได้คัดสรรคนที่เหมาะสมได้รับการแต่งตั้งตามหน้าที่ความรับผิดชอบ …การย้ายข้ามห้วยข้ามหน่วยทำเอา ชื่อ เลขตำแหน่ง ต้องหมุนกันเวียนหัว ซึ่งตอนนี้ก็ลุกลามไปถึงในระดับ รองผกก.-สารวัตร ที่ทำกันมายาวนานกว่า 2 สัปดาห์แล้วยังไม่เสร็จ

บัญชี “ตร.” ส่งมายังหน่วยกองบัญชาการ ให้จัดสรรตามความเหมาะสม ตามกฎระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนด ก่อนที่จะให้ “บช.” ส่งรายชื่อไปยัง “ตร.” อีกครั้ง เพื่อทบทวน …แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีการทบทวน แต่เป็นการรื้อโผของ “บช.” จนทำให้ต้องกินระยะเวลามาเนิ่นนาน จนไม่รู้ว่าตามกรอบเวลาที่เคยขอขยับเพื่อรองรับการดูแล รปภ.การเลือกตั้ง อบจ.นั้น เดิม 16 ธ.ค.63 เป็น 22 ธ.ค.63 จะทันกรอบเวลาอยู่อีกหรือไม่

ข้อเสนอแนะจาก “ตำรวจชั้นผู้น้อย” ที่เห็นวงจรการแต่งตั้งไม่เป็นธรรมมาหลายครั้งหลายรอบนั้น มองว่าการแก้ปัญหาหรือการปฏิรูปตำรวจนั้นไม่ต้องทำเรื่องใดๆ เลย ณ เวลานี้ เพราะสวัสดิการพร้อมเพรียงมาก การเป็นอยู่ก็ดีขึ้น และการทำงานเพื่อประชาชนก็ดำเนินการได้ตามกรอบกฎหมาย แต่มีเพียงเรื่องเดียวที่ยังทำได้ไม่ดีและต้องแก้ไขอย่างจริงจัง คือ “การแต่งตั้งให้เป็นธรรม” เหมาะสมและเป็นไปตามสัดส่วนของคนทำงาน

แบ่งแยกตำรวจสายงานต่างๆ อาทิ งานสอบสวน งานสืบสวน งานปราบปราม งานจราจร งานธุรการ-อำนวยการ และงานพิเศษเฉพาะด้าน เป็นต้น ออกมาอย่างเป็นระบบ แล้วให้มีคะแนนนับแต้มจากการประเมินผลการทำงานของแต่ละสายงาน และเมื่อถึงวาระการแต่งตั้ง ก็นำคะแนนนั้นมาประกอบกับหลักเกณฑ์การแต่งตั้งที่มีอยู่แล้วใน พ.ร.บ.ตำรวจฯ

การให้คะแนนต้องเป็นธรรมและเกิดจากการทำงานกับประชาชน และไม่ควรเอาคะแนนแต่ละสายงานมาแข่งขันกันเนื่องจากสภาพการทำงาน หน้าที่ และความสามารถนั้นคนละด้านกัน เอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ … หากมีการนับคะแนนจะบวกหรือลบ เป็นเครื่องการันตีของแต่ละคนที่ต้องการก้าวหน้าในหน้าที่ก็จะเป็นเครื่องชี้วัดให้ “นาย” หรือ “คนรับฝาก” รู้ได้เองว่าคนๆ นั้นสมควรได้รับการสนับสนุนให้เลื่อนตำแหน่งหรือไม่

ข้อเสนอแนะนี้ เป็นเพียงแนวทางหนึ่งที่จะสามารถให้ความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายได้ตั้งแต่ระดับ “รองผบก.-ชั้นประทวน” ในฐานะ “ผู้ปฏิบัติ” ในสายงานนั้นๆ ส่วนระดับ ผบก.ขึ้นไป คงเป็นไปตามหลักการบริหารด้วย คงจะเอาเรื่องผลงานมาวัดอย่างเดียวไม่ได้

หากมีความชอบธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายแล้ว ตำรวจ ก็น่าจะมีขวัญกำลังใจในการทำงานมากยิ่งขึ้น และยิ่งมีคะแนนการทำงานจากประชาชนด้วย ก็น่าจะทำให้บรรยากาศการทำงานของตำรวจกับประชาชนไปในทิศทางที่ดีด้วย …หาก “นาย” คิดไม่ได้ บริหารไม่เป็น ก็ลองเปิดโอกาสให้ “ชั้นผู้น้อย” ได้บริหารงานในมิติใหม่ๆ ก็น่าจะดี.

ทีมข่าวอาชญากรรมรายงาน
crimedn@dailynews.co.th

Add a Comment

Your email address will not be published.