เศรษฐกิจไทยฟื้น Q2 ปีหน้า

ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศ ไทย (ธปท.) แถลงข่าวครั้งแรกเมื่อวันอังคาร คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะใช้เวลาฟื้นตัวไม่น้อยกว่า 2 ปี เพราะจีดีพีปีนี้ติดลบ 7.8% และจะติดลบไปถึงไตรมาสแรกของปีหน้า จากนั้น เศรษฐกิจจะกลับมาขยายตัวเป็นบวกเป็นครั้งแรกในไตรมาส 2 ของปี 2564 แต่จะฟื้นตัวอย่างช้าๆก่อนจะกลับมาขยายตัวในระดับเดียวกับก่อนเกิดโควิด–19 ในไตรมาส 3 ของปี 2565

เป็นภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ สรุปให้เห็นภาพอย่างชัดเจน

ถ้า ไม่มีการระบาดรอบ 2 และ ไทยสามารถผลิตวัคซีนป้องกันโควิด–19 ใช้เองได้ในต้นปีหน้า อย่างที่กระทรวงสาธารณสุขแถลง คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีคลังคนใหม่ สามารถอัดฉีดเงินกู้ที่เหลืออีก 5 แสนกว่าล้านบาทลงไปกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตรงจุด ไม่เหวี่ยงแหตำน้ำพริกเทลงทะเลเช่นที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นเร็วกว่าที่คาด เพราะ ไทยมีโอกาสสูงที่สุดที่จะมี “วัคซีนป้องกันโควิด–19” ใช้ก่อนทุกประเทศในอาเซียน จาก โรงงานผลิตวัคซีนสยามไบโอไซเอนซ์ มรดกจาก พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จากพระวิสัยทัศน์อันยาวไกล

ผู้ว่าการแบงก์ชาติ เปิดเผยว่า การช่วยเหลือลูกหนี้ในระยะต่อไป จะเน้นการช่วยเหลือแบบตรงจุด (targeted) ครบวงจร (comprehensive) และ ยืดหยุ่น (flexible) โดยพิจารณาถึงผลข้างเคียงและผลระยะยาว การแก้ปัญหาจะไม่ใช้เพียงซอฟต์โลนการให้สินเชื่อ แต่จะ ทำให้มีการปรับโครงสร้างหนี้ได้เร็ว ท้ายที่สุดคือ การจัดการกับเอ็นพีแอลโดยใช้กลไกต่างๆ รวมถึงการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ ต้องมีเครื่องมือหลากหลาย เพราะการฟื้นตัวครั้งนี้ใช้เวลายาวและมีความไม่แน่นอนสูง

ในขณะที่ คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีคลัง ก็แถลงข่าวดีว่า ไอเอ็มเอฟปรับจีดีพีไทยปี 2563 ดีขึ้นจากเดิมติดลบ 7.7% เป็นติดลบ 7.1% ซึ่งผมไม่เห็นว่าเป็นข่าวดีเท่าไหร่ เพราะยังติดลบสูงถึง 7.1% แต่ที่น่าสนใจก็คือมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของกระทรวงการคลัง โดยแบ่งลูกหนี้ออกเป็น 4 กลุ่ม 1.กลุ่มที่กลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ 60% 2.กลุ่มที่กลับมาดำเนินธุรกิจได้แต่ยังไม่ฟื้นตัวดี 30% 3.กลุ่มที่ยังไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้และขาดสภาพคล่อง 4% 4.กลุ่มที่ขาดการติดต่อกับสถาบันการเงิน 6%

รัฐมนตรีอาคม เปิดเผยว่า กลุ่มลูกหนี้ในกลุ่มที่ 3–4 มีมูลหนี้รวมกัน 100,000 ล้านบาท กระทรวงการคลังจะให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐดำเนินการ “ยืดหนี้” ให้ โดยให้แต่ละบอร์ดของธนาคารไปพิจารณาแล้ว ส่วนที่เป็นลูกค้าธนาคารพาณิชย์ กระทรวงการคลังอยู่ในระหว่างการ ประสานงานกับธนาคารทั้งหมด รวมทั้ง ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อสรุปมาตรการ เสนอ ครม.ในสัปดาห์หน้า ก็ต้องถือเป็นข่าวดีของลูกหนี้ทั้งหลาย ฉะนั้นลูกหนี้อีก 6% ที่ไม่ยอมติดต่อกับแบงก์ ก็ควรจะรีบติดต่อกับแบงก์ด่วน เพื่อรับความช่วยเหลือก่อนที่จะถูก “ขึ้นบัญชีดำ” กลายเป็นคนที่กู้เงินแบงก์ไม่ได้อีกต่อไป

คุณผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ก็เปิดเผยว่า ลูกหนี้กลุ่มนี้จะมีมาตรการช่วยต่อเนื่อง ผ่าน มาตรการพักหนี้ หรือ มาตรการอื่นแล้วแต่ลูกค้า เช่น การยืดตารางการชำระหนี้ ลดวงเงินชำระหนี้ ลดคืนเงินต้น/ดอกเบี้ยและค่างวดบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่ม 10% ที่ส่วนใหญ่อยู่ใน กลุ่มธุรกิจโรงแรม เพราะการฟื้นตัวครั้งนี้ เป็นการฟื้นตัวที่ไม่เท่ากันในแต่ละเซกเตอร์ แต่ละธุรกิจ แต่ละภูมิภาค การช่วยเหลือจึงต้องดูในรายละเอียด แบงก์ชาติก็ให้เวลาแบงก์ในการคงสถานะลูกหนี้ไปถึงสิ้นปี

แนวทางแก้ไขเศรษฐกิจรอบนี้ ผมคิดว่า กระทรวงการคลัง แบงก์ชาติ มาถูกทางแล้ว.

Add a Comment

Your email address will not be published.