ปรกโพธิ์ พระสมเด็จวัดระฆัง

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ที่ 5 พิมพ์ปรกโพธิ์ “ตรียัมปวาย” อธิบายว่า มีลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งแปลกไปจากพิมพ์ทรงใดๆ คือการบรรจุดอกดวงของช่อโพธิ์ ลงในส่วนยอดของผนังคูหา ประมาณ 20 ช่อ

เป็นการเน้นความหมายของปางตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ แห่งพระบรมศาสนา ณ ร่มควงไม้โพธิ์ใบ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา พุทธคยาสถาน ณ มัธยประเทศ

เป็นพิมพ์ทรงที่มีปรากฏน้อยที่สุด

ในหนังสือปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่อง เล่มพระสมเด็จ “ตรียัมปวาย” มีพิมพ์ปรกโพธิ์ ทั้งวัดระฆัง บางขุนพรหม เป็นตัวอย่างไว้ห้าองค์ แยกแม่พิมพ์ไว้สองแบบ แบบปรกโพธิ์ฐานแซม และแบบพิมพ์ปรกโพธิ์สังฆาฏิ

นี่คือชุดความรู้ที่คนรักพระสมเด็จได้เป็นพื้นฐาน

ภาพพระในหนังสือครู เป็นภาพขาวดำ คนรักพระสมเด็จได้ต่อยอดความรู้ องค์แรก น่าจะเป็นของ นพ.สุประเกตุ จารุดล ในหนังสือพระเครื่องเล่มแรก ของประชุม กาญจนวัฒน์ และเป็นภาพสีขยายใหญ่ แฟนๆนิตยสารลานโพธิ์ยุคแรก ยุคที่ปกยังไม่เป็นกระดาษหน้าอาบน้ำมัน ยังพอทันเห็น

เค้าโครงปรกโพธิ์องค์หมอสุประเกตุ ขนาดค่อนข้างเล็ก ถ้าเทียบกับขนาดพระสมเด็จพิมพ์อื่นๆ

ต่อมาในหนังสือเล่มแรกของคุณประจำ อู่–อรุณ ไม่มีภาพ “พี่จำ” เขียนไว้ว่า พระพิมพ์ปรกโพธิ์มี แต่ยังหามาลงพิมพ์ไม่ได้ แต่ในเล่มคุณวรเทพ รัตนอุดมศิลป์ ที่พิมพ์ต่อมา เป็นภาพพระสี มีให้ดูสององค์

องค์หนึ่งเส้นสายลายพิมพ์ดูล่ำสันกว่าองค์หมอสุประเกตุ เข้าเค้าปรกโพธิ์เกศบัวตูม

องค์นี้ขึ้นปกนิตยสารระบุชัดเจนว่าเป็นวัดระฆัง มากกว่าสองครั้ง ผมจำได้เพียงว่าเจ้าของเป็นนายทหารเรือ ยศนาวาเอก…มีข่าวเอาเข้าสนามท่าพระจันทร์ (หน้าวัดมหาธาตุ) เปิดราคาประมาณ 7 แสน เจอปัญหาตาเซียน บางเซียนทักว่าไม่ถึงวัดระฆัง เป็นแค่บางขุนพรหม…แล้วข่าวก็เงียบหาย

ราวสิบปีที่แล้ว มีภาพในหนังสือพระของวงการ จนกระทั่งมาเป็นภาพพระใหญ่ในเล่มของ คุณเช็ง สุพรรณ มือสุดท้ายได้ไว้ในราคา 14 ล้าน

ก็ถือว่ารักษาศักดิ์ศรีความเป็นพิมพ์ปรกโพธิ์เอาไว้ได้ เพราะก่อนหน้านั้นไม่ว่าองค์ไหนองค์นั้น ก็ถูกตาเซียนทัก ใช่ไม่ใช่เรื่อยมา

กระทั่งองค์ต้นแบบ ปรกโพธิ์ฐานแซม ในหนังสือตรียัมปวาย ที่ครูถ่ายภาพไว้ทั้งหน้าหลัง และข้าง ก็องค์ที่ครูว่าล่องชาด และทารักปิดแผ่น กระดานไว้…นั่นแหละ ผมได้ดูเต็มตาในหนังสือชุดของคุณอรรถภูมิ บุญยเกียรติ มีคำบรรยายทำนองว่า วงการไม่มั่นใจ…

มารู้จากคุณสุธน ศรีหิรัญ บก.ลานโพธิ์ อีกทีว่าเป็นพระขององค์ชายใหญ่ (พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ ยุคล) รู้แล้ว ผมถึงกับอึ้ง พระของผู้ใหญ่รุ่นนี้ก็ยังอุตส่าห์มีเซียนทัก…ตอนนี้อยู่กับใคร ไม่ได้ข่าว

ช่วงหลังสุดนี้ มีภาพปรกโพธิ์ฐานแซม มากพิมพ์ขึ้นในมือเซียนใหญ่ ยืนยันการเปลี่ยนมือในวงการ…ความลังเลที่เคยมี ดูจะหายไป เพราะมือที่ถือพระไว้ ล้วนแต่เป็นระดับอภิมหาเซียน

ปัญหา ที่ผมรักพระสมเด็จรุ่นผมจะขอทัก ก็คือ ยังสับสนระหว่างวัดระฆังหรือบางขุนพรหม ก็เห็นเต็มตา คราบกรุเกรอะกรังแน่นหนา…พี่ก็เขียนบรรยาย วัดระฆังเฉยเลย

ได้พื้นความรู้และที่มาของพระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ไว้บ้างแล้ว หันไปดูเติมความรู้ จากองค์ในคอลัมน์เส้นสายลายพิมพ์ ในภาพรวม เป็นพิมพ์ปรกโพธิ์สังฆาฏิ

องค์พระลงรัก แต่ลอกออก เหลือรักติดปื้นหน้าบริเวณอกและแขน ในพื้นผนัง ฝ้ารักบางๆ แต้มแต่งให้ดูมีสีสัน เนื้อละเอียดขาวขุ่น นุ่มนวลพอควร ผิวฝ้าหนาปกคลุมเม็ดมวลสาร พลิกด้านหลัง เนียนแน่นมีปื้นรัก ฝ้ารัก สภาพเดียวกับด้านหน้า

สภาพพระที่ผิวดิบๆเดิมๆอย่างนี้ อาจถูกทักเป็นบางขุนพรหมได้ แต่ระดับความนุ่มนวลของเนื้อหา เจ้าของพระมั่นใจว่าเป็นวัดระฆังเต็มที่ ปัญหาวัดไหนมีข้อให้เถียง แต่ข้อที่ไม่ขอเถียงสักคำ ก็คือความเป็นพระแท้.

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *