หนังคนละม้วน’ติ๊ก’คุกเข่าร้องไห้ขอเจอลูก’หนุ่ม’ขู่แจ้งตร.

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

“ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์” ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการคุยแซ่บ show โดยเล่าทั้งน้ำตาว่า “ศรราม” ไม่ให้ตนเจอลูกเลย

ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง สำหรับเรื่องราวครอบครัวของพระเอกรุ่นใหญ่คนดัง หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์ กับอดีตภรรยาสาว ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ ที่ยังคงเป็นเรื่องที่ชาวเน็ตสนใจอย่างมาก ซึ่งล่าสุดสาวติ๊กได้เดินทางไปร่วมพูดคุยในรายการ คุยแซ่บ Show โดยเล่าเรื่องราวสุดน่าสงสารในการที่อีกฝ่ายไม่ให้เจอลูก ทำให้หัวอกแม่ทุกข์ทรมานมาก ซึ่งสาวติ๊กเล่าเรื่องราวดังกล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า

“ตอนนี้ออกจากบ้านมา 15 วันแล้ว ตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค.จดบันทึกทุกวันตั้งแต่วันที่หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า พอย้อนกลับไปอ่านก็รู้สึกว่าเราเจ๋งนะผ่าน 7 วันมาได้(น้ำตาคลอ)ความรู้สึกมันเหมือนนั่งนับวันคืน ซึ่งทุกวันมันผ่านไปยากมาก เราไม่สามารถดูรูปลูกในไอจีได้เลย(ร้องไห้)เวลานอนจะรู้สึกเหมือนนอนกับลูก แต่มันไม่มีลูก เคยกลับบ้านเพื่อจะไปขอร้องเจอลูกหน่อย จริงๆไม่อยากร้องไห้อีกแล้ว แต่ถ้าถามถึงเรื่องวีจิมัน(ร้องไห้หนัก) ติ๊กพยายามกลับบ้านไปขอพี่หนุ่มขอเจอวีจิหน่อยได้ไหม ทำไมถึงเจอวีจิไม่ได้ เจอวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์

ได้ไหม การเจอลูกมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ซึ่งเดี๋ยวได้เดี๋ยวไม่ได้ หนูก็ใจเย็นก็ได้ เพราะเรารู้พี่หนุ่มเป็นคนแบบไหน คิดอะไร ชอบไม่ชอบอะไร รอจนถึงวันศุกร์ก็เปลี่ยนอีกแล้ว พอเปลี่ยนปุ๊บใจเราที่มันเฝ้ารอทุกวันทุกคืน ตัดสินใจกลับไปที่บ้าน หนูรู้ว่าพี่หนุ่มไม่อยู่บ้าน เลยมั่นใจว่าจะเจอลูกได้ แต่ไม่ได้เจอค่ะ หนูกดกริ่งตามมารยาทแล้วนะคะก็ไม่มีคนเปิดเลยกดรัวๆ ไม่มีคนเปิด หนูรู้ว่าถ้าทำอะไรไปมันต้องเกิดเรื่องที่ไม่ดีแน่นอน คือหนูก็พยายามเคาะประตูและตะโกนว่าให้หนูเจอลูกหน่อย อยากเจอลูกมาก ไม่รู้ว่าพี่หนุ่มจะกลับบ้านแล้ว เลยทุบประตูดังมาก เหมือนคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ไม่มีคนตอบกลับสักคน”

“จริงๆในบ้านมีคนอยู่ค่ะ ได้ยินแน่นอน แต่ตำรวจมาค่ะ หนูเลยถามบอกว่าใครเป็นคนโทรฯเรียกพี่มา เขาบอกเจ้าของบ้านครับ หนูเลยบอกว่าหนูเป็นแม่คน หนูไม่ทำร้ายลูกอยู่แล้ว หนูรอมาหลายวันแล้ว ตำรวจก็บอกว่าเข้าใจแต่ต้องทำตามหน้าที่ ผมเข้าใจความเป็นแม่ เวลานี้เป็นเวลายามวิกาล ให้มากลางวันสิ จากนั้นก็กลับและมาอีกวันหนึ่ง”

ติ๊ก เล่าต่อว่า “พอมาตอนกลางวันตอนพี่หนุ่มถ่ายละครเลยไป แต่พี่หนุ่มอยู่น่าจะหลับอยู่ หนูกดกริ่งแล้วโทรฯวิดีโอคอลหาพี่เลี้ยงวีจิเขาบอกว่ายังหลับอยู่ เขาคงได้รับคำสั่งมา หนูไม่แน่ใจนะ พี่เขาตัดสินใจอุ้มลูกลงมาให้ คือมันเป็นประตูรั้วอยู่ ลูกมาแป๊บเดียวไม่ถึงสองนาที ความรู้สึกคือมันเจอแล้วอ่ะเขายิ้มแล้ว แต่มันจับลูกไม่ได้แค่ข้อนิ้วเดียวเอง ก็คิดว่าน่าจะเอากลอนออกเลยดีกว่า ก็พยายามเอามือล้วงกลอนใต้ประตู พยายามผลัก แต่มันถูกล็อกจาก

ข้างใน พี่หนุ่มลงมาบอกให้ออกไป ไม่งั้นเดี๋ยวแจ้งตำรวจจับ หนูก็บอกขอร้องเถอะ นั่งคุกเข่า มันเจ็บมากในหัวใจ ลูกอยู่ตรงนี้แต่ไม่สามารถทำได้ หนูออกจากบ้านวันนั้น เพราะวันนั้นพี่หนุ่มต่อว่ายามหน้าหมู่บ้าน จะเอาเรื่องเขา หนูเลยถอยหลังและบอกตัวเองว่านิสัยจริงๆเป็นคนกล้าทำกล้ารับ กล้าเสี่ยง ถ้าหนูออกมาแล้วยอมพูดความจริง แต่หนูอาจจะพูดไม่ชัด”

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *