“เสรีพิศุทธิ์” ลั่น อยากผูกโบสีขาวในทุกที่ รณรงค์ต้านซื้อเรือดำน้ำ

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

พี่แค้นน้องชายบุกฆ่าโหดถึงบ้านในสวน คว้าปืนยิงดับ ชักมีดตัดคอ ก่อนหลบหนีความผิดขึ้นเขา เหตุเพราะแค้นเคยถูกน้องทำร้ายร่างกายทารุณแล้วโยนลงมาจากบ้าน หลังทั้งคู่ทะเลาะกันมาตลอด จนบิดาต้องผูกคอตายหนีไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ทั้งนี้ผู้ก่อเหตุยังประกาศไม่ยอมติดคุก จะเลือกวิธีฆ่าตัวเองเท่านั้น

เมื่อเย็นวันที่ 28 ส.ค.63 ร.ต.อ.เรวัติ ศิริตื้นลี พนักงานสอบสวน สภ.บ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี และอาสากู้ชีพกู้ภัยบ้านไร่ ได้รับแจ้งเหตุว่า พบศพผู้เสียชีวิตโดนตัดคอที่บ้านอีมาดอีทราย ต.แก่นมะกรูด อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี หลังรับแจ้งรุดไปตรวจสอบ เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าเขาสูง เข้าไปในหมู่บ้านกะเหรี่ยง พบว่าที่เกิดเหตุเป็นสวนมะละกอ อยู่บนพื้นที่ 15 ไร่ ห่างจากกระท่อม 30 เมตร พบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายจอดทิ้งไว้ ใกล้กันพบเสื้อผ้าเปื้อนเลือดถอดกองไว้ 1 ชุด สันนิษฐานว่า เป็นของผู้ก่อเหตุ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และถัดไป 15 เมตร

พบศพ นายอนุวัฒน์ กระแหน่ อายุ 23 ปี ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง อยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 4 ตำบลแก่นมะกรูด อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่ลำตัว 3 รู นอนเสียชีวิตคว่ำหน้าอยู่ในสภาพหัวขาด หายไปจากร่าง ลำตัวมีเลือด ข้างศพพบมีดถางหญ้า 1 เล่ม และยาฆ่าหญ้าตกอยู่ ห่างออกไปในสวนมะละกอ ด้านหลังกระท่อม 20 เมตร พบหัวผู้ตายตกอยู่ โดยมีรอยเลือดหยดเป็นกอง ส่วนผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปก่อนหน้านี้แล้ว

จากการสอบสวน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ มีชาวบ้านพบเห็น นายอนุชา ซึ่งเป็นพี่ชาย อยู่ในอาการมึนเมา เดินออกจากบ้านซึ่งห่างจากสวนมะละกอ ประมาณ 2 กิโลเมตร เดินมาหาเรื่องผู้ตายในสวน จนมีปากเสียงกันอีกครั้ง พร้อมกับควักปืนยิงใส่ผู้ตาย 1 นัด จนผู้ตายหงายหลัง จากนั้นคว้ามีดตัดอ้อยปาดคอจนขาดแล้วโยนทิ้ง หลังก่อเหตุ นายอนุชา จึงเดินทางกลับมาที่กระท่อม เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วหลบหนีเข้าป่าหลังหมู่บ้าน ขึ้นเขาสูง คาดว่าจะหนีเข้าไปในป่าลึก และทางญาติเกรงว่าอาจจะฆ่าตัวตายหนีความผิด เพราะผู้ก่อเหตุยังเคยพูดไว้ว่า หากเกิดอะไรขึ้นจะไม่ยอมติดคุก และจะฆ่าตัวตายเท่านั้น

พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สิงห์ไกร ผกก.สภ.บ้านไร่ เปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องขัดแย้งระหว่างผู้ตายกับพี่ชาย ในเรื่องแย่งที่ทำกิน โดยทั้งสองอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน ได้รับมรดกจากบิดา เป็นที่ดินทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งราชการได้อนุญาตให้ทำกินตามโครงการปิดทองหลังพระ จำนวน 15 ไร่ บิดาได้แบ่งให้พี่ชาย คือ ผู้ก่อเหตุ 8 ไร่ และแบ่งให้ผู้ตาย 7

ไร่ เพื่อทำกิน แต่ก็ทะเลาะเบาะแว้งกันเรื่อยมา สาเหตุมาจากการแบ่งที่ทำกินจากพ่อแล้ว ผู้ก่อเหตุได้ให้ชาวบ้านเช่าที่ดินตนเองทำกินทั้งหมด แต่กลับมาปลูกกระท่อมในที่ดินของผู้ตาย จนมีเรื่องขัดแย้ง ทะเลาะชกต่อยกันอยู่ตลอด จนบิดาทนไม่ไหวผูกคอตายหนีไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว

ผกก.สภ.บ้านไร่ กล่าวอีกว่า พี่น้องคู่นี้ทะเลาะและมีปากเสียงกันเป็นประจำ และล่าสุดเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ผู้ตายได้ก่อเหตุซ้อมพี่ชาย และพี่ชายมักจะถูกน้องทำร้ายร่างกาย หลังสุดถูกผู้ตายซ้อมแล้วจับร่างโยนลงมาจากบ้าน ในเบื้องต้นจึงสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นเรื่องโกรธแค้น อันมีสาเหตุมาจากผู้ตายมีความรู้สึกว่าถูกเอารัดเอาเปรียบ ส่วนพี่ชายเมื่อต่อสู้กันแต่ละครั้งก็สู้น้องไม่ได้ จึงดื่มเหล้าเมาย้อมใจได้ที่แล้วก่อเหตุ จากนั้นได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเปื้อนเลือดแล้วหลบหนีเข้าป่าไป ตำรวจได้ลงพื้นที่หาที่หลบซ่อนของผู้ก่อเหตุด้วยความลำบาก เนื่องจากเป็นป่าเขาสลับซับซ้อน ประกอบกับมีฝนตก ทำให้ลำบากต่อการเดินทาง

ส่วนศพผู้ตายเจ้าหน้าที่ส่งไปผ่าพิสูจน์ที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จังหวัดนครสวรรค์ คาดว่าศพจะนำมาตั้งบำเพ็ญกุศลตามประเพณีได้ในช่วงเย็นวันนี้ (29 ส.ค.).

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *