เก้า เกริกพล รับกำลังคิดฟ้องลบยูทูบ เพลงดังเลิกคุยทั้งอำเภอ อัดไม่พูดเรื่องจริง

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เก้า เกริกพล ยอมรับเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ หลังดราม่า เจนนี่ ไม่รับมีสัญญาใจแบ่ง 70:30 กำลังคิดฟ้องลบยูทูบเพลงดัง ยังไม่รู้จบยังไง

หลังจากที่ “เจนนี่” รัชนก สุวรรณเกตุ ได้ไลฟ์ผ่านเพจแถลงทุกปมดราม่าที่เกิดขึ้นกับ”เก้า”เกริกพลเพชรรัตน์ นักร้องวัย 17 ปี โดยเจนนี่ยืนยันว่าไม่เคยโกงค่าตัวใคร ส่วนเรื่องส่วนแบ่ง 70 : 30 เป็นเรื่องข้อตกลงจริง แต่น้องเก้ต้องมาอยู่ในค่ายเพลงได้หมดถ้าสดชื่น ถึงจะแบ่งให้ตามนี้ ที่ไม่ให้ เพราะน้องไม่ได้มาอยู่ในค่าย และยังปฏิเสธเรื่องเงินค่าตัวออกรายการทีวี ยืนยันไม่ได้ให้แค่ 500 บาท

ล่าสุด เก้า เกริกพล เปิดเผยเพิ่มเติมถึงกรณี หากพี่เจนนี่ ขอโทษสิ่งที่ผิดพลาด และสิ่งที่ผิดพลาด ตนก็พร้อมจะยอมรับทุกอย่าง ตนรู้ว่าตัวเองเป็นเด็ก แต่ความรู้สึก็มีเหมือนกัน แต่จะไม่ยอมในสิ่งที่คนมาด่าครอบครัวโดยที่ไม่ใช่ความจริง ที่ด่าพ่อ ด่าครอบครัว ก็ให้อภัยคนพวกนั้นหมดแล้ว ถ้าเกิดเป็นความจริงยอมรับทั้งหมดจะไม่โกรธใครเลย ตนพูดความจริงทุกเรื่อง แล้วแต่คนจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เพราะทุกเรื่องมันเป็นสัญญาใจ และคำพูด ที่อยู่ระหว่างคนสองคน

“ถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ เราให้ใจไปหมดเลย ผมไม่ได้เป็นคนแรงขนาดนั้น ทำก็ทำแบบพี่กับน้องทำกัน หากพี่เขายอมรับในสิ่งที่พูดก็น่าจะเคลียร์กันจบง่าย เรื่องลบคลิป เป็นเรื่องอนาคต ค่อยว่ากันกำลังคิดกันอยู่ เพราะไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะจบยังไง ยังให้โอกาสอยู่ ถ้าออกมาพูดในสิ่งที่ไม่ใช่ความจริงก็จะไปต่อ จนกว่าพี่จะยอมรับความจริง ” เก้า เกริกพล เปิดเผย

ทั้งนี้ พบว่าชาวเน็ตได้ โพสต์แนะนำน้องเก้า ว่า อยากให้ฟ้องลบวิดีโอเพลง เนื่องจากมีหน้า มีเสียง สามารถฟ้องได้ โดยให้ยูทูบลบออก ในเมื่อเข้าไม่รู้สึกผิดไม่มีจิตสำนึก ดังได้ก็ดับได้

ด้านทนายเจมส์ ทนายคนดังได้โพสต์ถึงประเด็นเรื่องลิขสิทธิ์ และเงินปันผลกำไรจากสิ่งที่ทำ ว่า “กรณีลงทุนด้วยแรง ถ้าไม่ได้ตีราคาค่าแรงไว้ ผู้ลงทุนด้วยแรงมีสิทธิ์รับเงินปันผลจากกำไรเท่ากับผู้ที่ลงทุนด้วยเงิน หรือ ทรัพย์สิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1028

ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดได้ลงแต่แรงงานของตนเข้าเป็นหุ้น และในสัญญาเข้าหุ้นส่วนมิได้ตีราคาค่าแรงไว้ ท่านให้คำนวณส่วนกำไรของผู้ที่เป็นหุ้นส่วนด้วยลงแรงงานเช่นนั้น เสมอด้วยส่วนถัวเฉลี่ยของผู้เป็นหุ้นส่วน ซึ่งได้ลงเงินหรือลงทรัพย์สินเข้าหุ้นในการนั้น

การร่วมลงทุน หรือ หุ้นส่วนสามัญ กฎหมายมิได้กำหนดรูปแบบแห่งสัญญาหุ้นส่วนไว้ เหมือนกรณีสัญญากุ้ยืมเงิน หรือ สัญญาซื้อขาย ดังนั้น สัญญาปากเปล่า หรือ สัญญาใจ ก็ฟ้องกันได้นะครับ แต่จะโอกาสชนะจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน และการตั้งเรื่องฟ้อง”

กรณีลงทุนด้วยแรง ถ้าไม่ได้ตีราคาค่าแรงไว้ ผู้ลงทุนด้วยแรงมีสิทธิ์รับเงินปันผลจากกำไรเท่ากับผู้ที่ลงทุนด้วยเงิน หรือ…

Posted by ทนายเจมส์ LK on Saturday, August 1, 2020

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *