เสียชีวิต 74 ศพ ยอดวันที่สอง จากขับเร็ว-เมา คนเดินทางน้อยที่เที่ยวซบ

ศปถ.แถลงยอดอุบัติเหตุวันที่สองการรณรงค์ “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่ปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 586 ครั้ง ตาย 74 ราย เจ็บ 576 คน สาเหตุดื่มแล้วขับและขับรถเร็ว เชียงใหม่ยอดอุบัติเหตุ

สะสมและยอดผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ส่วนโคราชยอดผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด 6 ราย การจราจรเส้นทางสายหลักมุ่งสู่ภาคเหนือ อีสาน และภาคใต้ ถนนคล่องตัว การเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะลดลงกว่าร้อยละ 35 โดยเฉพาะท่ารถ บขส.ระยอง ผู้โดยสารโหรงเหรงอย่างเห็นได้ชัด เป็นผลจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 31 ธ.ค. ที่ศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางท้องถนน (ศปถ.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2564 ว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 30 ธ.ค. วันที่สองของการรณรงค์ “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่ปลอดภัย

ไร้อุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 586 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 74 ราย ผู้บาดเจ็บ 576 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป มีการจัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,927 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 61,710 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 351,923 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 62,598 ราย ความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 19,102 ราย ไม่มีใบขับขี่ 16,135 ราย

นายสุภัทรกล่าวต่อว่า จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ นครราชสีมา 26 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดคือ นครราชสีมา 5 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 32 คน สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 2 วันของการรณรงค์ (29-30 ธ.ค.) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,000 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 117 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 1,014 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 26 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 36 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา จังหวัดละ 6 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดได้แก่ เชียงใหม่ 41 คน ซึ่งนายสุภัทรยอมรับว่าปริมาณการเกิดอุบัติเหตุจากวันที่ 29-30 ธ.ค. เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 50

นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติเปิดเผยสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติในวันที่ 2 ของการควบคุมเข้มงวด มี 309 คดี เป็นคดีขับรถในขณะเมาสุรา 251 คดี คดีขับเสพ 49 คดี และขับรถประมาท 9 คดี ยอดสะสมคดีที่ศาลสั่งคุมประพฤติระหว่างวันที่ 29-30 ธ.ค. มีทั้งสิ้น 407 คดี เป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 293 คดี คดีขับเสพ 99 คดี คดีขับรถประมาท 15 คดี จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถในขณะเมาสุราสูงสุด ได้แก่ จ.อุบลราชธานี 52 คดี เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาพบว่าคดีขับรถในขณะเมาสุรา เพิ่มขึ้น 246 คดี กรมคุมประพฤติได้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือกำไล EM แล้ว ผู้กระทำผิดเมาแล้วขับ 9 ราย

การเดินทางกลับภูมิลำเนาของพี่น้องประชาชนเพื่อฉลองปีใหม่กับครอบครัว หรือไปท่องเที่ยวเคาต์ดาวน์ ไม่คึกคักเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 รอบสอง โดยการจราจรบนทางหลวงสาย 3138 (บ้าน ค่าย-บ้านบึง) ที่จะมุ่งไป ถนน 304 กบินทร์บุรี-นครราชสีมา เส้นทางจากภาคตะวันออกสู่ภาคอีสาน และถนน 24 สีคิ้ว-เดชอุดม ถนนสาย 36 ที่มุ่งเข้ากรุงเทพฯ ถนนมิตรภาพ และถนนสาย 24 สีคิ้ว-เดชอุดม ปริมาณรถเบาบาง รถเคลื่อนตัวได้ดี เช่นเดียวกับถนนพหลโยธิน ทางหลวงหมายเลข 117 (นครสวรรค์-พิษณุโลก) และถนนหมายเลข 122 อ.เมืองนครสวรรค์ เส้นทางสู่ภาคเหนือ การจราจรเพิ่มมากขึ้น แต่รถไม่ติดขัดสามารถใช้ความเร็วได้ตามปกติ รวมทั้งบริเวณสะพานเดชาติวงศ์ ใน อ.เมืองนครสวรรค์ การจราจรก็ลื่นไหล ส่วนถนนมิตรภาพ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นประตูสู่ภาคใต้ ปริมาณรถน้อยถนนโล่ง บางช่วงการจราจรยังเบาบางกว่าวันทำงานปกติ

ขณะที่การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ มีผู้โดยสารลดลงอย่างเห็นได้ชัด ที่เชียงใหม่ ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารเชียงใหม่แห่งที่ 3 ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ ผู้โดยสารลดลงอย่างเห็นได้ชัดเหลือแค่หลักร้อย โดยนายนรินทร์ เสาร์คง นักวิชาการขนส่งชำนาญการ กล่าวว่า นักท่องเที่ยวลดลงไปกว่าร้อยละ 50 ทำให้จำนวนรถที่เดินทางลดลงไปถึงร้อยละ 23 ส่วนที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดระยองแห่งที่ 2 อ.เมืองระยอง ผู้โดยสารโหรงเหรง ทั้งผู้โดยสารขาเข้าและขาออกมีไม่เกินร้อยละ 10 จากช่วงปกติ โต๊ะม้านั่งในสถานีว่างเปล่า มีแต่บรรดาพนักงานและเจ้าหน้าที่ในสถานีมาทำงานตามปกติแต่ผู้โดยสารบางตาแทบนับคนได้

เช่นเดียวกับสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ จ.สงขลา มีประชาชนทยอยเดินทางตั้งแต่เช้าแต่ไม่คึกคัก เช่น ขบวนรถเร็ว 171 กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก มีผู้โดยสารไม่เต็มขบวน ผิดจากเดิมที่ช่วงปีใหม่จะอัดแน่นไปด้วยผู้โดยสาร ขณะที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ นายอมรรักษ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ หลังจากมีการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ช่วงปลายเดือน พ.ย. ผู้โดยสารมีการปรับตัวลดลงมาอย่างต่อเนื่องจากปกติเฉลี่ยวันละ 25,000 คน ปัจจุบันลดลงเฉลี่ย 15,000 คนต่อวัน

บริเวณหอนาฬิกา ถนนบรรพการ อ.เมืองเชียงราย แห่งเดียวของจังหวัดที่มีการจัดงานเคาต์ดาวน์ มีการตั้งเวทีหน้าหอนาฬิกา ปิดถนนยาวราว 1 กม. ตั้งโต๊ะสำหรับดื่มกินอาหารตลอด 2 ฝั่งถนน มีการเปิดบูธขายอาหารจำนวนมากแต่ไม่มีการแสดงคอนเสิร์ต เพียงเปิดเพลงและจัดแดนเซอร์เต้นให้ความบันเทิง ท่ามกลางมาตรการคุมเข้มป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ต้องสวมแมสก์ ตรวจคัดกรองอุณหภูมิ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ และเว้นระยะห่าง โดยนายประจญ ปรัชญสกุล ผวจ.เชียงราย ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 จ.เชียงราย (ศบค.เชียงราย) กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงรายขออนุมัติจัดงานในที่ประชุม ศบค.เชียงราย ที่ประชุมอนุมัติให้จัดงานได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่สีเขียว พร้อมวางมาตรการคุมเข้มให้เว้นระยะห่าง 1 คนต่อ 4 ตร.ม. จะมีคนร่วมงานไม่เกิน 2,000 คน และให้เลิกงานไม่เกินตีหนึ่ง

วันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานบรรยากาศการเฉลิมฉลองขึ้นปีใหม่ 2564 จากทั่วโลก โดยระบุว่าเนื่องด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงทำให้ภาพรวมเป็นไปอย่างเงียบเชียบ ที่ออสเตรเลียประเทศลำดับต้นๆของโลกที่เข้าสู่ปีใหม่ มีการจัดแสดงดอกไม้ไฟตามปกติที่อ่าวซิดนีย์ และโรงละครซิดนีย์ โอเปร่า เฮาส์ แต่ห้ามรวมตัวรอบบริเวณอ่าว เช่นเดียวกับนิวซีแลนด์ จัดงานได้ตามปกติหลังรัฐบาลคุมสถานการณ์ระบาดได้อยู่หมัด ตามด้วยญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ที่เฉลิมฉลองเป็นลำดับถัดไป ส่วนสหรัฐอเมริกาเข้าสู่ปีใหม่หลังจากประเทศไทย 12 ชั่วโมง หรือประมาณเที่ยงวันของวันที่ 1 ม.ค. ตามเวลาประเทศไทย ขณะที่กิจกรรมในย่านไทม์ สแควร์ นครนิวยอร์ก มีเฉพาะบุคลากรการแพทย์ หรือผู้ที่ได้รับคำเชิญพิเศษเท่านั้น

Add a Comment

Your email address will not be published.