เปิดภาพกลุ่มไทยภักดีจัดชุมนุม “ต้องไม่ทนการคุกคาม”

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

กลุ่มไทยภักดีจัดชุมนุม “ต้องไม่ทนการคุกคาม” ปกป้อง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กลุ่มไทยภักดี ร่วมกับ กลุ่มพันธมิตรนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย นำโดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานกลุ่มไทยภักดี และนายบุญเกื้อ ปุสสเทโว โฆษกกลุ่มไทยภักดี จัดกิจกรรม “ต้องไม่ทนการคุกคาม” ปกป้อง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  สำหรับบรรยากาศ ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง มีบรรดาผู้สนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว ทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้แทบทุกคนต่างผูกริบบิ้นลายธงชาติไทย และผู้จัดการได้เปิดเพลง “ไทยภักดีทำดีให้พ่อ” เพื่อสร้างบรรยากาศก่อนเริ่มกิจกรรม ซึ่งเป็นไปอย่างคึกคัก

1. ปกป้องสถาบัน
2. สืบสานรากเหง้าเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ความเป็นไทย
3. ลดอำนาจ ควบคุม ตรวจสอบทุนผูกขาด
4. เสริมสร้างความเท่าเทียมด้วยเทคโนโลยีทันสมัยในการประกอบอาชีพของทุกชนชั้น 
5. สร้างรากฐานความมั่งคั่งของชาติอย่างมั่นคงด้วยระบบเศรษฐกิจพึ่งพาตนเอง

ทั้งนี้ นพ.วรงค์ ย้ำด้วยว่า กลุ่มไทยภักดีไม่มีแนวคิดจัดม็อบชนม็อบ แต่เราจะใช้ความจริงในการต่อสู้ และเชื่อว่าชัยชนะจะต้องเป็นของเรา เพราะเราอยู่บนความเป็นจริง พร้อมเล่าเรื่องย้อนไปถึงรัฐธรรมนูญปี 2560 ก่อนจะมาถึงการเลือกตั้งในปี 2562 ต่อด้วยการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งในการพูดนี้มีการกล่าวพาดพิงถึงอดีตพรรคการเมืองหนึ่งและพฤติการณ์ต่างๆ ก่อนจะกล่าวถึงการชุมนุมของนิสิต นักศึกษาในปัจจุบันที่มีอาการออกมาเรียกร้อง 3 ข้อ พร้อมถามกลับไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมว่าใครคุกคาม และลูกหลานเราเป็นเหยื่อ เพราะมีการให้เด็ก เยาวชน นักศึกษา ขึ้นมาเป็นแกนนำกลุ่มชุมนุม รวมถึงติติงถึง 10 ข้อเรียกร้องด้วย

นพ.วรงค์ ฝากถึงนักการเมืองด้วยว่าต้องปฏิรูปตัวเอง เพราะปัญหาเริ่มจากนักการเมืองจนลามเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้น พร้อมย้ำว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 ผ่านประชามติดกว่า 16.8 ล้านเสียง มากกว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 ถึง 2 ล้านเสียง อีกทั้งมีการเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.อธิการบดีมหาวิทยาลัย ต้องปิดพื้นที่ และใช้วิจารณญาณในการดูแล 2.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต้องเรียกผู้บริหารระดับสูงและระดับจังหวัดมอบนโยบายเพื่อดูแลนักเรียน และ 3.ขอให้รัฐบาลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังมีการจัดตั้งกองทุนต่อสู้ช่วยเหลือผู้ถูกคุกคาม ซึ่ง นพ.วรงค์ ยืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าจะมีการรายงานต่อประชาชนทุกเดือนเพื่อความโปร่งใส พร้อมรับสมัครทนายความอาสาทั่วประเทศเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ถูกคุกคาม ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ เชื่อว่าเราสามารถทำให้มหาอำนาจเกรงใจประเทศไทยได้ ให้เรารัก สามัคคีกัน และต้องรักแผ่นดินไทย

อย่างไรก็ตาม นพ.วรงค์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ยืนยันว่าไม่มีจุดประสงค์ใช้ความรุนแรง เวทีนี้คือจุดเริ่มต้นที่มาด้วยหัวใจ อีกทั้งพรุ่งนี้ (31 ส.ค.) กลุ่มไทยภักดีเตรียมส่งหนังสือผ่านเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ไปยังรักษาการนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กรณี นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ด้วย จากนั้นประกาศว่าวันที่ 20 ก.ย. 2563 กลุ่มไทยภักดีจะไปพบปะกับพี่น้องประชาชนที่ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมร้องเพลงชาติไทยร่วมกันก่อนจบกิจกรรมในเวลา 18.50 น. ที่ผ่านมา.

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *