09.00 INDEX ความแจ่มชัด ต่อ รัฐธรรมนูญ ก่อนชุมนุมใหญ่ 14 ตุลาคม

ยิ่งใกล้วันที่ 14 ตุลาคม คำถามต่อชะตากรรมของร่างแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 จำนวน 6 ฉบับที่เสนอขึ้นมาทั้งจากฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลยิ่งดังขึ้นอย่างถี่ยิบเป็นลำดับ

เป็นคำถามต่อความแจ่มชัดของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าจะเอาอย่างไร

เป็นคำถามต่อพรรคพลังประชารัฐอันมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานยุทธศาสตร์และเป็นหัวหน้าพรรคว่าจะเอาอย่างไร

เหตุใดจึงต้องการความแจ่มชัดจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เหตุใดจึงต้องการความแจ่มชัดจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

คำตอบที่ตรงเป้าที่สุดเพราะว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้า คสช. ผู้ทำหน้าที่คัดเลือก 244+6 ส.ว. เพราะว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ คือหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

250 ส.ว.กับพรรคพลังประชารัฐคือผู้มีบทบาทสำคัญ

หาก 250 ส.ว.โอเค หากพรรคพลังประชารัฐโอเค การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น

ถามว่าเหตุใดการชุมนุมในนาม “คณะราษฎร 2563” ในวันที่ 14 ตุลาคม ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จึงทรงความหมายและมีส่วนในการชี้ทิศทางของรัฐธรรมนูญ

คำตอบโดยพื้นฐานที่สุดก็จากความเป็นจริงที่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีรากฐานมาจากการเคลื่อนไหวของ “เยาวชนปลดแอก”

เป็น “เยาวชนปลดแอก” จุดประกายขึ้นในการชุมนุม ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อเดือนกรกฎาคม ทำให้ความเรียกร้องต้องการในการแก้ไข “รัฐธรรมนูญ” กลายเป็นกระแสของสังคม

กระทั่งรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลมิอาจต้านเอาไว้ได้จึงต้องเร่งในการเสนอญัตติไปประกบกับของฝ่ายค้านกระทั่งนำไปสู่การประชุมรัฐสภาในวันที่ 24 กันยายน

แต่มติของที่ประชุมวันนั้นนั่นเองที่กลายเป็น “ปัญหา”

มติให้มีการจัดตั้ง “กรรมาธิการ” ก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจและนำไปสู่การนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14 ตุลาคม

ก่อนจะถึงวันที่ 14 ตุลาคมกระแสของสังคมจึงเรียกร้องความแจ่มชัดไม่ว่าจะจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะจาก พล.อ.ประ วิตร วงษ์สุวรรณ

หากไม่มีความแจ่มชัด นั่นเท่ากับเป็นการสุมฟืนเข้าไปในกองไฟ

หากไม่มีความแจ่มชัด ย่อมสร้างความหวาดระแวงเป็นอย่างสูง ในหมู่พรรคร่วมรัฐบาลที่จำเป็นต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง

ท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย จึงสำคัญ

Add a Comment

Your email address will not be published.